Friday, April 5, 2013

มหัศจรรย์เที่ยวถ้ำปะการัง กลางเขื่อนเชี่ยวหลาน สุราษฎรธานี

มหัศจรรย์เที่ยวถ้ำปะการัง กลางเขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ทริปนี้ เพื่อน ๆ ชาว Route it! ไปเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลานกันมาค่ะ ซึ่งพวกเราคงรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วนะค่ะ เขื่อนเชี่ยวหลาน หรืออีกชื่อหนึ่งเป็นทางการว่า เขื่อนรัชชประภา อยู่ที่ จังหวัดสุราษฏรธานี การเดินทางสะดวกสบาย ไปได้ทั้ง ทางเครื่องบิน ทางรถโดยสาร หรือโดยรถยนต์ค่ะ

เขื่อนเชี่ยวหลาน หรือเขาสก เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อว่า เป็น กุ้ยหลิน เมืองไทย บรรยากาศสงบ เย็นสบาย ค่ะ เที่ยวกันได้ทั้งครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือจะโรแมนติกกับแฟน ก็ได้นะค่ะ ที่พักได้ทั้งแบบ นอนแพ และนอนบ้านพักค่ะ (สนใจสอบถามมาทาง facebook.com/routeitasiaได้ค่ะ)


แต่วันนี้ เราไม่ได้พาไปดู กุ้ยหลิน เมืองไทยนะค่ะ แต่เราจะพาเข้าไปลึกว่านั้น พาไปเที่ยว ถ้ำปะการังค่ะ ก่อนจะพาไปชมบรรยากาศ จะขอให้ฝ่ายข้อมูลของ ทีมงานเรา ชาว Route it เล่าข้อมูลที่หามาก่อนนะค่ะ ไม่งั้น คุณเธอจะงอนเอา.... (แว่น กระดิ๊กแล้วค่ะ O//O แอบเมาส์ไม่ได้เลย)

ถ้ำปะการัง จากการบอกเล่าต่อกันมาว่า ถ้ำนี้มีอายุมากกว่า 200 ล้านปีค่ะ (นานมาก ๆ ค่ะ) ซึ่งนักธรณี วิทยาได้สัณนิฐานว่า ในอดีตถ้ำนี้เคยจมอยู่ใต้น้ำ เนื่องจากภายในถ้ำมีซากของเปลือกหอย และสัตว์ทะเลติดอยู่ตามผนังห้องค่ะ ลักษณะการเที่ยวถ้ำปะการังนี้ ก็เหมือนเที่ยวถ้ำทั่ว ๆ ไป ค่ะ ภายใน ถ้ำปะการัง นี้ มีหินงอกหินย้อย เกิดขึ้นมามีรูปร่างลักษณะคล้ายปะการัง จึงได้อีกชื่อหนึ่งว่า ถ้ำปะการัง ค่ะ ความงดงามของ ถ้ำปะการังนี้ เมื่อเราเข้าไปแล้ว ประดุจจะว่าเขาไปอีกโลกหนึ่ง ใต้ทะเลค่ะ เพราะความงดงามของปะการัง (หินงอกหินย้อย) และฟอสซิสสัตว์ทะเลที่ผนังถ้ำ ทำให้เราเหมือนลงไปอยู่ใต้ทะเลเลยค่ะ.... (ถ้าไปเที่ยวแล้ว ลองจินตนาการกันดูนะค่ะ เป็นเคล็ดไม่ลับในการเที่ยวถ้ำให้ดื่มด่ำกับธรรมชาติค่ะ)

ไปเที่ยว ถ้ำปะการัง แห่งนี้แล้ว ยังไง ขอให้เพื่อน ๆ ช่วยกันระมัดระวัง อย่าไปจับต้อง หรือหัก ปะการัง (หินงอกหินย้อย) เลยนะค่ะ เพราะหากเราไปจับหินงอกหินย้อยนั้น ไขมันที่ชั้นผิวหนังเราจะไปหยุดการเติบโตของเขาทันที่ เรียกว่า ทำให้ปะการัง (หินงอกหินย้อย) นั้นตายเลยค่ะ อีกทั้งถ้าไปหักเขา เขาต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าจะสร้างสมตัวขึ้นมาใหม่ ให้สวยงามได้ ช่วยกันทะนุทนอม ไว้ด้วยนะค่ะ เมืองไทยเราจะได้มี ที่สวยงาม มหัศจรรย์ ไว้ให้ลูกหลานดูสืบต่อกันไปค่ะ....

เป็นไงค่ะ ได้ฟัง (อ่าน) ข้อมูลจากฝ่ายข้อมูลเราไปแล้ว มาชมบรรยากาศและการเดินทางกันบ้างนะค่ะ
นั่งเรือจากที่พักเขาไปที่หน่วยพิทักษ์ป่า โตนเตยค่ะ

การเตรียมตัวเดินทางเข้าไปชม ถ้ำปะการัง เราต้องนั่งเรือจากที่พักของเราเข้าไปอีกจนถึงอุทยานแห่งชาติ หน่วยโตนเตย ติดต่อเจ้าหน้าที่ให้นำทาง และเดินเท้าผ่านป่าธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตรค่ะ จนถึงหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยถ้ำจันทร์ ซึ่งระหว่างทางเราจะได้ยินเสียงนกเหงือก และนกประจำถิ่นชนิดต่าง ๆ  ซึ่งแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้ค่ะ และถ้าเราโชคดีก็จะได้พบสัตว์ในป่า เช่น ชะนี ห้อยโหนอยู่ตามต้นไม้ข้างทางด้วยค่ะ


เนี่ยค่ะ... แพไม้ไผ่ที่เรานั่งต่อไปถึงปากถ้ำปะการังค่ะ

เมื่อเดินถึงจุดที่ทำการของเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่า พี่เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าจะทำหน้าที่เป็นไกด์พาพวกเรานั่งแพไม้ไผ่ต่อไปอีก ประมาณ 5 นาที ก็จะถึงที่ปากถ้ำค่ะ
ถึงแล้วค่ะ ทางเข้า ปาก ถ้ำปะการัง

ภายในถ้ำปะการังแห่งนี้จะมืดมาก เจ้าหน้าที่จะใช้หลอดไฟที่ต่อกับหม้อแบตเตอรี่เป็นไฟส่องทางเพื่อนำทางพวกเราและทีมงานเข้าไปด้านใน หากนำไฟไปส่องที่ผนังถ้ำ จะเห็นแสงสะท้อนจากหินบนผนังถ้ำ และหินงอกหินย้อย เป็นประกายระยิบระยับ งดงามมากค่ะ

หินงอกขึ้นมาบรรจบ กับหินย้อย ลงมา พบกันค่ะ



อันนี้ เหมือน ปะการัง ใต้น้ำเลยค่ะ สวยมาก ๆ 

ผ้าม่าน หินย้อย เป็นริ้ว ๆ งดงาม

หิน มัน งอกขึ้นมากค่ะ....

และเป็นที่น่าสงสัยนะค่ะ ว่า ถ้ำปะการังแห่งนี้ เราไม่พบว่ามีค้างคาวอาศัยอยู่เลยค่ะ ซึ่งตามความเชื่อของชาวบ้าน พี่เจ้าหน้าที่เล่าว่า ถ้ำปะการังแห่งนี้ ชาวบ้านเชื่อกันว่า เป็นถ้ำที่สถิตย์อยู่ของเหล่าเทวดา จึงมิอาจมีค้างคาวเข้ามาอาศัยอยู่ได้ อีกทั้ง ปากถ้ำยังมีฤษีผู้ดูแลถ้ำยืนเฝ้าอยู่หน้าถ้ำ จะสังเกตุเห็นได้ว่ามีรูปคล้ายฤษี เฝ้าอยู่หน้าปากถ้ำ เมื่อเรามองจากภายในถ้ำออกมาที่ปากถ้ำในระยะไกล ๆ (ลองเข้าไปในถ้ำแล้ว อย่าลืมมองออกมาดูกันนะค่ะ)

นอกจาก ถ้ำปะการัง แห่งนี้แล้ว ยังมีถ้ำอื่น ๆ ในบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาสก หรือเขื่อนเชี่ยวหลานให้เราได้เข้าไปเยี่ยมชมกันได้อีก แต่การเดินทางจะค่อนข้างลำบาก และไม่สะดวกมากนัก ดังนั้น ถ้ำปะการัง แห่งนี้ จึงได้รับความนิยมในการมาท่องเที่ยวมากที่สุด นอกเหนือจากความสวยงามแล้ว การเดินทางก็สะดวก และปลอดภัยค่ะ

สนใจไป เที่ยวเชื่อนเชี่ยวหลาน เขาสก ถ้ำปะการัง ติดต่อสอบถามข้อมูล หรือปรึกษาการเดินทางกับพวกเราชาว Route it ได้ที่ facebook.com/routeitasia นะค่ะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ